เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์สำนักงานที่ดิน

บุคคลธรรมดา

  1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงและแบบถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
  4. หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) ในกรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
    สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

นิติบุคคล

  1. หนังสือรับรองนิติบุคคล ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
  2. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งระบุวัตถุประสงค์ในการซื้อและแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการซื้อ
  3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน พร้อมรายละเอียดในบัญชีรายชื่อของนิติบุคคลที่สามารถซื้อที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าว ต้องมีหุ้นไม่ถึงร้อยละ 40 ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
    4.1 หนังสือแสดงตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการ
    4.2 หนังสือมอบอำนาจ ในกรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
    4.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
    4.4 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

ค่าใช้จ่ายในการ โอนกรรมสิทธิ์สำนักงานที่ดิน

  1. ธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินกรมธนารักษ์
  2. อากร 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แบ่งออกเป็นหลายกรณีเช่นมีชื่อในทะเบียนบ้านน้อยกว่าหนึ่งปีจะคิดเป็น ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%
    แต่ถ้าถือครองเกินห้าปีจะคิดเป็นอากร 0.5% เป็นต้น ซึ่งคำนวณจากราคาซื้อขาย
  3. ภาษีเงินได้คิดตามจำนวนปีที่ได้มา โดยคิดไม่เกิน 2.5% จากราคาประเมิน
  4. ค่าคำขอโอนที่ดิน 5 บาท
  5. ค่าอากร 5 บาท
  6. ค่าพยาน 20 บาท

ช่องทางการชำระเงินสำนักงานที่ดิน

1. สแกนจ่ายด้วย QR Code ผ่าน
Mobile Banking

2. บัตรเดบิท (ฟรี) และ
บัตรเครดิต ( 0.9% )

3. แคชเชียร์เช็ค/ดร๊าฟ/ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่ายกระทรวงการคลัง สำนักงานที่ดินนอกเขตกรุงเทพมหานครจะสั่งจ่าย กระทรวงการคลังผ่านสำนักงานคลังจังหวัด………

4. เงินสด

การซื้อที่ดิน ควรดูอะไรบ้างเป็นส่วนสำคัญ ซื้อที่ดิน 1 แปลง ต้องดู ....อะไรบ้าง

👉 ขนาดที่ดิน (รูปร่าง/หน้ากว้าง/ ความลึก (เมตร) 👉 ทำเลที่ตั้ง (ซอย ถนน ตำบล อำเภอ) 👉 สิทธิทางเข้าออก (สภาพถนน ทางเข้าออก (ความกว้างถนน)) 👉 สาธารณูปโภคและ สาธารณูปการ 👉 กฎหมายผังเมือง 👉 กฎหมายควบคุมอาคาร 👉 กฎหมายอาคารชุด 👉 กฎหมายสิ่งแวดล้อม 👉 กฎหมายที่ดินและเอกสาร สิทธิ์ 👉 กฎหมายการเวนคืน 👉 กฎหมายเกี่ยวกับการ พัฒนาที่ดิน

NPL คืออะไร แบบเข้าใจง่าย!!!

   NPL มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Non-Performing Loan (NPL) หรือ หนี้เสีย ซึ่งหมายถึง หนี้ที่ไม่ได้รับการชำระคืนตามข้อกำหนดตกลงกันตามสัญญา ซึ่งปกติแล้วกำหนดไว้ที่ 90 วัน สถาบันทางการเงินที่ขอสินเชื่อก็จะทำรายงาน ไปที่ศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อ หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือที่รู้จักในชื่อ “เครดิตบูโร” นั้นเอง

ที่เราเคยได้ยินคำว่าเช็ค เครดิตบูโร ก็คืออันนี้ จะเป็นตัวกลางที่เก็บประวัติ การชำระหนี้ทั้งดีและเสีย

ตรวจเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง
เว็บ NCB บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด
👉 https://www.ncb.co.th/check-your-credit-bureau/where-to-check-credit-bureau/

การขอโฉนดใบแทนกรณีโฉนดเก่าชำรุดหรือสูญหาย

กรณี 1

โฉนดเสียหายไม่มากมีเลขที่โฉนดมีเลขที่การจดยังอยู่ครบกรณีนี้แจ้งออกใบแทนต่อเจ้าหน้าที่พนักงานได้เลยอาจจะไม่ต้องเสียเวลามากในการออกโฉนดใบแทนใหม่ (เพิ่มเติมปรึกษาส่วนตัว )

กรณีที่ 2

ถ้าโฉนดชำรุดมากจนมองไม่เห็นเลขที่โฉนดหรือสูญหายให้ แจ้งต่อเจ้าพนักงาน เพื่อลงบันทึกประจำวันจากนั้นเมื่อแจ้งความเรียบร้อย ก็สามารถนำบันทึกประจำวันมาติดต่อกับสำนักงานที่ดินอีกครั้ง เพื่อจะทำการขอออกโฉนดที่ดินใหม่ ซึ่งหากภายหลังมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงบันทึกประจำวันนี้จะเป็นหลักฐานนำไปสู่คดีทางอาญาที่มีโทษร้ายแรงได้ ต้องมีพยานรับรอง 2 คน อาจจะเป็นคนสนิท เพื่อนบ้าน ที่รู้จักเราเป็นอย่างดี และทั้ง 2 คนจำเป็นต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่สำนักงานที่ดิน รวมถึงกรอกเอกสารรับรอง พร้อมลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับเจ้าของที่ดินว่าการขอออกโฉนดที่ดินใหม่เป็นเรื่องจริง ซึ่งหากมีปัญหาภายหลังพยานทั้ง 2 คนจะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย

หลักฐานเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบดังนี้

1. บัตรประจำตัวผู้ขอ

2. ทะเบียนบ้าน

3. พยานพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนอย่างน้อย 2 คน

4. ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน

ค่าโอนที่ดิน

1. บิดามารดาให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 0.5 %  ของราคาประเมิน
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5 % ของราคาประเมินหรือราคาทุนทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5% จากราคาประเมิน (เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท)

2. บิดาให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือปู่ย่า ตา ยาย ให้หลาน

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 0.5 %  ของราคาประเมิน
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5 % หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % อย่างใดอย่างหนึ่ง ของราคาประเมิน หรือราคาทุนทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ จากราคาประเมิน

3. ให้กรณีอื่นๆ

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2  %  ของราคาประเมิน
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5 % หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % อย่างใดอย่างหนึ่ง ของราคาประเมิน หรือราคาทุนทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ(ขั้นบันได)  จากราคาประเมิน

4. ให้ระหว่างสามีภรรยา

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 0.5 %  ของราคาประเมิน
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5 % หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % อย่างใดอย่างหนึ่ง ของราคาประเมิน หรือราคาทุนทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ จากราคาประเมิน

5. การโอนมรดก

กรณีที่ฝ่ายรับมรดกเป็นผู้สืบสายเลือด (ลูก หลาน เหลนหรือคู่สมรส)

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 0.5 %  ของราคาประเมิน

กรณีที่ฝ่ายรับมรดกเป็นญาติ พี่ น้อง ที่ไม่ได้สืบสายเลือดหรือบุตรบุญธรรม

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 %  ของราคาประเมิน

6. โอนซื้อขายปกติ

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2  %  ของราคาประเมิน
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5 % หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % อย่างใดอย่างหนึ่ง ของราคาประเมิน ราคาขายหรือราคาทุนทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ จากราคาประเมิน

คู่กรณีในการทำนิติกรรมเป็นผู้กำหนดราคาทุนทรัพย์ที่โอนกัน มักใช้ในกรณีโอนให้ เพราะการโอนให้ หากมีเหตุเรียกคืน สามารถถอนคืนการให้ได้ ตามปพพ.531เจ้าหน้าที่จึงต้องให้คู่กรณีกำหนดราคาทุนทรัพย์ไว้ด้วย แต่ส่วนใหญ่การให้ระหว่างบุคคลสืบสายเลือด คู่กรณีมักกำหนดราคาให้เป็นแบบไม่มีทุนทรัพย์หรือต่ำกว่าราคาประเมิน เพราะไม่ได้คิดถึงว่าอาจจะมีเรื่องการถอนคืนการให้ในอนาคต และอาจเข้าใจว่าการกำหนดราคาทุนทรัพย์เป็นแบบไม่มีทุนทรัพย์นั้น จะเสียค่าธรรมเนียมถูกที่สุด แต่ในการทำนิติกรรมเจ้าหน้าที่มักใจดีใส่ราคาทุนทรัพย์เท่ากับราคาประเมินให้ เพราะค่าใช้จ่ายในการโอนจะเท่ากันกับการโอนแบบไม่มีทุนทรัพย์และเป็นการรักษาสิทธิให้ผู้โอนซึ่งอาจมีปัญหาในอนาคตด้วย

Rf : กรมที่ดิน

ขายฝาก กับ จำนอง ต่างกันอย่างไร

หลายคนมักจะสับสนระหว่างการขายฝากกับการจำนอง เนื่องจากทั้งสองอย่างเป็นการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน แต่มีความแตกต่างกัน โดยการขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิ์ที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในขณะที่การจำนอง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงอยู่กับผู้จำนอง แต่จะถูกจำกัดสิทธิ์ในการโอนหรือจำนองทรัพย์สินนั้น

ขายฝาก

  • มีค่าใช้จ่าย
  • ปากถุง 5%
  • หักล่วงหน้า 1.25% นาน 3 เดือน
  • อากร 0.5% หรือ 3.3%
  • ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน 2%
  • ภาษีเงินได้

จดจำนอง

  • มีค่าใช้จ่าย
  • ปากถุง 5%
  • หักล่วงหน้า 1.25% นาน 3 เดือน
  • อากร 0.05%
  • ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน 1% ไม่เกิน 200,000 ‼️คอนโดไม่มีเพดาน

กรณีซื้อขาย ทรัพย์สินและอยู่ต่างประเทศ หรือกำลังจะไปต่างประเทศ สามารถมอบอำนาจได้ เป็น 2 กรณี

เอกสารที่ใช้ ผู้มอบ

  • โฉนด (ตัวจริง)
  • ทะเบียนบ้าน (ตัวจริง)
  • บัตรประชาชน (ตัวจริง)

เอกสารที่ใช้ ผู้รับมอบ

  • ทะเบียนบ้าน (ตัวจริง)
  • บัตรประชาชน (ตัวจริง)
  • ผู้รับมอบ มายืนตันตนเองด้วย

*หมายเหตุ ถ่ายสำเนาเอกสารทั้ง 2 ฝ่าย มาอย่างละ 1 ชุด

เอกสาร ผู้มอบ ต้องเตรียม

  • โฉนด หน้า หลัง ทุกใบ
  • ทะเบียนบ้าน
  • ทะเบียนบ้าน ทรัพย์ที่ขาย
  • บัตรประชาชน
  • หนังสือเดินทาง
    เอกสาร ผู้รับมอบ
  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน

*หมายเหตุ กรณีที่ 2 ทางผู้มอบ และผู้รับมอบ ต้องถ่ายเอกสาร และ ฝั่งผู้รับมอบต้องเซ้นต์ชื่อ ให้ครบถ้วน ฝั่งผู้มอบ นำเอกสารทั้งหมด นำติดไป ต่างประเทศด้วย เพื่อดำเนินที่สถานฑูต